แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระเพาะอักเสบเรื้อรัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระเพาะอักเสบเรื้อรัง แสดงบทความทั้งหมด

11 อาหาร "โรคกระเพาะ"ควรหลีกเลี่่ยง!

จุกเสียดแน่น, ท้องอืด, อาหารไม่ย่อย, goodbody4u, นิชาภา


11 อาหาร “โรคกระเพาะ”ควรหลีกเลี่ยง!

1. อาหารรสจัด
ได้แก่ อาหารที่มีรสเผ็ด รสเปรี้ยวจัด หวานจัด เค็มจัด อาหารรสจัดจะกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้าย จุกเสียดท้องได้
2. ชา กาแฟ ช็อกโกแลต
เป็นข้อสงสัยอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ในประเด็นคนเป็นโรคกระเพาะกินกาแฟได้ไหม? เป็นโรคกระเพาะกินชาได้หรือเปล่า? คำตอบคือถ้าไม่อยากให้อาการโรคกระเพาะกำเริบ หรือกลับมาเป็นโรคกระเพาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรห่างจากชากาแฟสักพักใหญ่ๆ เนื่องจากกาแฟและชาชนิดต่างๆ เป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น กัดกระเพาะเราจนรู้สึกแสบท้องไปอีก รวมทั้งช็อกโกแลตร้อนๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลตก็ต้องงดไปก่อน
3. น้ำอัดลม
น้ำอัดลมทุกชนิดก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ในจำนวนไม่น้อย อีกทั้งในน้ำอัดลมยังมีแก๊สที่ส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้องเนื่องจากแก๊สในกระเพาะเยอะ สรุปง่ายๆ ว่านอกจากคาเฟอีนในน้ำอัดลมจะเป็นตัวเร่งให้เซลล์ผลิตน้ำย่อยแล้ว ในน้ำอัดลมยังอุดมไปด้วยแก๊ส ต้นเหตุของอาหารท้องอืด ท้องเฟ้อร่วมด้วย โดยเฉพาะคนที่ดื่มน้ำอัดลมในขณะท้องว่าง อาการแสบท้อง แน่นท้อง อันเป็นหนึ่งในอาการของโรคกระเพาะก็จะถามหา
4. เครื่องดื่มชูกำลัง
เครื่องดื่มชูกำลังทุกชนิดมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่เช่นกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อกระเพาะอาหาร คนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้วก็ควรงดเครื่องดื่มชูกำลังไปด้วย
5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุรา เบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทลชนิดต่างๆ ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ท้องว่าง
6. อาหารไขมันสูง ของทอด
เป็นอาหารที่ย่อยยาก กระเพาะจึงจำเป็นต้องหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหารประเภทไขมันในปริมาณมากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลกระทบให้กับคนที่เป็นโรคกระเพาะรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด และแสบท้องเนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารได้ ฉะนั้นของทอด อาหารมันๆ เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ จึงควรเลี่ยงไว้เป็นดี
7. ของหมักดอง
อาหารประเภทหมักดองทุกชนิดมักจะมีรสเปรี้ยว รวมทั้งมีความเป็นกรดซ่อนอยู่ในนั้น คนเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากของรสจัด อาหารหมักดองจะไปกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ทำให้กระเพาะอาหารเกิดความระคายเคืองขึ้นได้
8. ผลิตภัณฑ์จากถั่ว
ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วอย่างน้ำเต้าหู้ เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ก็เป็นอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและอยากหาย แนะนำให้เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากถั่วทุกชนิด ทุกรูปแบบ
9. ผักดิบ
ผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีส่วนช่วยให้ระบบลำไส้และการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นก็จริง ทว่าในกรณีที่กินผักดิบ ผักบางชนิดอาจเพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหาร ปั่นอาการโรคกระเพาะให้กำเริบขึ้นมาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผักดิบอย่าง ถั่วฝักยาว บรอกโคลี กะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง มันฝรั่ง มันเทศ และหัวหอม คนเป็นโรคกระเพาะกินผักเหล่านี้แบบดิบๆ อาจไม่ค่อยสบายท้องสักเท่าไร
10. ผลไม้รสเปรี้ยว
โดยเฉพาะในตอนท้องว่าง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะควรงดการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวอย่างสับปะรด ส้ม หรือมะนาว เพราะความเป็นกรดในผลไม้เหล่านี้อาจทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
11. เนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ
เนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมู เนื้อวัว เป็นอาหารที่ย่อยยากอยู่แล้ว และหากกินเนื้อสัตว์แบบสุกไม่พอ กินแบบสุกๆ ดิบๆ กระเพาะอาหารก็จะย่อยเนื้อสัตว์เหล่านี้ได้ยากขึ้น น้ำย่อยก็จะหลั่งออกมาย่อยอาหารเหล่านี้มากกว่าปกติ และใช้เวลาย่อยอาหารประเภทนี้นาน เสี่ยงทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้เช่นกัน
#อาหารโรคกระเพาะควรหลีกเลี่่ยง #โรคกระเพาะ
#โรคกระเพาะอาหาร #กระเพาะอักเสบ
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u

รักษา"โรคเครียดลงกระเพาะ"ด้วยตัวเอง



จุกเสียดแน่น, ท้องอืด, อาหารไม่ย่อย, goodbody4u, นิชาภา

รักษา"โรคเครียดลงกระเพาะ"ด้วยตัวเอง

โรคเครียดลงกระเพาะมักจะเป็นเรื้อรัง แต่หากดูแลรักษาตัวเองอย่างถูกวิธีก็สามารถหายขาดได้ ด้วยวิธีดังนี้

1. กินอาหารให้เป็นเวลา และครบ 3 มื้อ

2. เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารย่อยยาก ของทอด ของหมักดอง

3. งดสูบบุหรี่ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4. ออกกำลังกาย กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินช่วยคลายเครียด อารมณ์สดใสขึ้น

5. ทำกิจกรรมคลายเครียด ให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความเครียด ลดอารมณ์แปรปรวนต่างๆ

#รักษาโรคเครียดลงกระเพาะด้วยตัวเอง
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u

กรดไหลย้อน กระเพาะอักเสบ


อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

กรดไหลย้อน กระเพาะอักเสบ

แนะนำชุดนี้ กรีนเคอมิน+เคอม่าแม็กซ์

🌿 สกัดด้วยนวัตกรรมใหม่ ทันสมัย ปลอดภัย

🌿 คิดค้นวิจัยมากว่า 5 ปี จนตอบโจทย์ทุกปัญหากระเพาะ

🌿 เป็นมากกว่าขมิ้นชันธรรมดา ด้วยวิธีสกัดทำให้ละลายน้ำได้ ความคงตัวสูง ดูดซึมนำไปใช้งานได้ทันที

การดูแลที่ดี และถูกวิธีนั้นสำคัญยิ่ง อย่านิ่งนอนใจรีบแก้ไขก่อนลุกลาม❗️❗️

โทร: 062-3264622
Line 🆔 : @goodbody
แอดไลน์ 👉🏻 https://line.me/R/ti/p/%40goodbody

#กรดไหลย้อน #โรคกรดไหลย้อน #โรคกระเพาะ #โรคกระเพาะอาหาร#กระเพาะอักเสบเรื้อรัง #กระเพาะอาหาร #กระเพาะอาหารอักเสบ #จุกเสียด #แน่นท้อง #ปวดท้อง #ท้องอืด #ท้องเฟ้อ #แน่นหน้าอก #แสบร้อนกลางอก #จุกคอ #กลืนลำบาก #กรดในกระเพาะเยอะ #มีลมในกระเพาะ#มึนหัว #อ่อนเพลีย #ขมิ้นชันละลายน้ำได้ #ขมิ้นชันสกัด #greencurmin#curmamax #กรีนเคอมิน #เคอม่าแม็กซ์

เครียดลงกระเพาะ

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

"เครียดลงกระเพาะ" โรคใกล้ตัว
.
.
💥 สาเหตุของโรคเครียดลงกระเพาะ
สาเหตุหลักก็คือ "ความเครียดสะสม" เพราะเมื่อเราเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติจะกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมนอดรีนาลีนในปริมาณที่มากกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา และยังไปกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ จนเกิดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และทำให้ลำไส้เกิดการหดตัวมากกว่าปกติอีกด้วย ซึ่งจะสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

💥 อาการของโรค เครียดลงกระเพาะ
• คลื่นไส้ อาเจียน เสียดหน้าอกหลังทานอาหาร

• ปวดบริเวณลิ้นปี่ มักปวดเวลาท้องว่าง อาการปวดจะลดลงหรือหายไป เมื่อได้ทานอาหาร

• มีอาการปวดหลัง หลังทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่กระเพาะอาหารเริ่มย่อยอาหาร

• รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ รู้สึกว่ามีลมในกระเพาะมาก เรอเหม็นเปรี้ยว ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระบวนการย่อยอาหารในกระเพาะแปรปรวน จากการรีบทานอาหาร กลืนอาหารเร็วเกินไป หรือดื่มน้ำมากขณะทานอาหาร

• ปวดท้อง หรือ มวนท้อง โดยอาการจะทุเลาลง หรือหายไปเมื่อถ่ายอุจจาระ

• ถ่ายอุจจาระมากกว่าวันละ 3 ครั้ง หรือน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์

• ต้องเบ่งถ่าย กลั้นไม่อยู่ หรือรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด

• หากมีอาการปวดท้องรุนแรงจนถึงขั้นหายใจแรงก็ปวดท้อง ถ่ายท้อง อาเจียน หรืออุจาระเป็นเลือดและมีสีดำตลอดเวลา ถือว่าอาการอยู่ในขั้นอันตราย อาจทำให้เกิดอาการกระเพาะอาหารทะลุ หรือเลือดออกทางเดินอาหารได้

💥 การรักษาโรคเครียดลงกระเพาะ
• ทานอาหารให้ตรงเวลาและครบ 3 มื้อ จะช่วยให้กระเพาะอาหารเคยชินกับการย่อย และปล่อยน้ำย่อยออกมาในปริมาณที่พอดี

• เลิกสูบบุหรี่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด รวมถึง ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบ

• หยุดกินยาแอสไพริน ยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ เพราะยากลุ่มนี้มีฤทธิ์กระตุ้นให้กระเพาะอาหารเกิดการอักเสบมากขึ้น ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาบางชนิด ให้สอบถามแพทย์ก่อนใช้ยา

• ออกกำลังกาย ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดฟินออกมา ทำให้รู้สึกสบายใจ และช่วยลดความวิตกกังวลได้

• ระบายความเครียดออกมาบ้าง การเล่าความเครียดให้ผู้อื่นฟัง หรือจดบันทึกส่วนตัวสามารถช่วยระบายความเครียดได้เป็นอย่างดี

• หากมีความเครียดที่เกิดจากการหมกมุ่นอยู่กับเหตุการณ์ในอดีต หรือเอาแต่คิดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ให้หมั่นดึงจิตใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน มีสติ ยอมรับความจริง และคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ

• หากิจกรรมคลายเครียด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรืออ่านหนังสือ เป็นต้น หากปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยลดความเครียดลงได้ ซึ่งช่วยให้ในระยะยาวยังสามารถรักษาโรคกระเพาะอาหารเนื่องจากความเครียดให้หายขาดได้
.
.
#เครียดลงกระเพาะโรคใกล้ตัว

กรดไหลย้อน 3 ระยะ

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา


กรดไหลย้อน 3 ระยะ 
.
.
💥ระยะที่ 1 : ท้องอืด ท้องเฟ้อ (โรคกระเพาะอาหาร)

อาการในระยะนี้ที่จริงก็คือ “โรคกระเพาะอาหาร” นี่เอง มักจะมีลมดันขึ้นมาก ทานอาหารแล้วจุกแน่นท้อง ท้องอืดเฟ้อ ท้องแข็ง เพราะการย่อยอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ในกระเพาะอาหาร ลำไส้จึงมีลม และแก๊สที่เกิดจากอาหารตกค้างในลำไส้อยู่มาก


สาเหตุ
โดยมากแล้ว เกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น

1. ทานอาหารไม่ตรงเวลา 
2. ไม่ทานอาหารเช้า ชอบดื่มกาแฟแทนอาหารมื้อเช้า 
3. ดื่มน้ำมาก หรือทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นเกินไปในเวลาทานอาหาร ทำให้น้ำย่อยเจือจาง การย่อยจึงไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร


💥ระยะที่ 2 : มีอาหารตกค้าง และจุลินทรีย์ที่ไม่ดีอยู่ในลำไส้มาก

1. อาหารที่ทานเข้าไปย่อยไม่ได้ เกิดการหมักหมมในลำไส้สร้างแก๊สมากจนท้องอืด เฟ้อ

2. หายใจได้ไม่สุด เหนื่อยง่าย เพราะลำไส้เริ่มโป่งพองจากลมจนเบียดกับกระบังลม ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่

3. เมื่อมีลมมากเกินไป จนดันขึ้นที่ส่วนบนของร่างกาย อาจจะนำพาเอาละอองน้ำกรด(น้ำย่อย) ขึ้นมาด้วย จนมีอาการแสบร้อนหน้าอก แสบคอได้

4. การถ่ายอุจจาระเริ่มไม่เป็นปกติ ท้องผูก ผายลมเหม็น หรืออาจมีอาการลำไส้แปรปรวน ท้องผูกสลับท้องเสีย เนื่องจากจุลินทรีย์ที่ดีลดลง จุลินทรีย์ก่อโรคขยายจำนวนเพิ่มขึ้น

5. ปวดตึงบ่าไหล่ เป็นประจำ เพราะเมื่อลำไส้เล็ก-ลำไส้ใหญ่ไม่สะอาด เกิดขยะ และแก๊สสะสมเยอะ เส้นลมปราณลำไส้เล็ก-ใหญ่ ที่พาดผ่านบ่าและไหล่ก็จะเกิดการติดขัด ลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก

6. มีกลิ่นปากและกลิ่นตัวง่าย


สาเหตุ
เกิดจากการที่มีอุจจาระตกค้างในลำไส้มาก...เนื่องจากอาหารไม่ย่อย ย่อยไม่ดี นานวันเข้าหากไม่ได้รับการแก้ไข คนไข้ก็จะเริ่มมีอาการกรดไหลย้อนระยะที่ 2 คือ ขยะจากอาหารที่ย่อยไม่ได้เป็นอาหารอันโอชะของจุลินทรีย์ที่ไม่ดีซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ ทำให้จุลินทรีย์ชนิดนี้อิ่มหนำสำราญ ออกลูกออกหลานแพร่จำนวนประชากรมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่จุลินทรีย์ที่ดีซึ่งทำหน้าที่ช่วยย่อยสลายอาหารให้กลายเป็นสารอาหารที่มีอยู่ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ


💥ระยะที่ 3 : สารอาหารในเลือดเหลือน้อย เซลล์ขาดสารอาหาร

เป็นระยะที่มีคนจำนวนมาก เนื่องจากทานยารักษาอาการที่ปลายเหตุมาเป็นระยะเวลานานแต่อาการยังไม่ดีขึ้น และเริ่มมีผลกระทบหลายเรื่อง เช่นอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หัวใจเต้นเร็ว นอนหลับยาก วิตกกังวล และเริ่มเครียดกับปัญหาสุขภาพ

อาการ
1. จุกแน่นบริเวณท้องจนถึงหน้าอก เพราะมีลมมากในลำไส้และกระเพาะอาหาร

2. หายใจได้ไม่สุด เหนื่อยง่าย เพราะลำไส้พองเบียดกับกระบังลม ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่

3. บางครั้งมีอาการจุกแน่น แสบหน้าอก อยากอาเจียน เพราะลมพาเอาละอองน้ำย่อยขึ้นมา

4. การถ่ายอุจจาระไม่เป็นปกติ ลักษณะไม่เป็นก้อน ถ่ายไม่หมด

5. หน้าตาและผิวพรรณทรุดโทรม ไม่ผ่องใส ริมฝีปากแห้งซีด เล็บเป็นคลื่นฉีกขาดง่าย

6. ปวดบริเวณขมับ ศีรษะด้านข้าง หรือท้ายทอยบ่อยๆ เพราะเลือดไปเลี้ยงศีรษะได้น้อยลง

7. นอนหลับไม่สนิท เนื่องจากหายใจได้เพียงสั้นๆ ทำให้มีออกซิเจนในเลือดและสมองน้อยลงเรื่อยๆ

8.หิวบ่อยๆ อยากทานอาหารที่ได้พลังงานเร็วเช่น แป้ง ของหวาน เพราะสารอาหารในเลือดไม่เพียงพอ

9. บางกรณีที่สารอาหารในเลือดน้อยมาก จนไม่เพียงพอหล่อเลี้ยงส่วนปลายของร่างกาย อาจมีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า มึนศีรษะ ไม่ค่อยมีแรง หน้ามืด ไมเกรน ร่วมด้วย

10. ประจำเดือนมีเลือดออกมาน้อย หรือ ไม่ตรงเวลา


สาเหตุ
เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อนเป็นเวลานานระบบย่อยอาหารเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้การดูดซึมสารอาหารแย่ลงตามไปด้วย จนถึงขั้นที่สารอาหารในเลือดเริ่มเหลือน้อยลง ไม่สามารถถูกส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายได้เพียงพอ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้วนต้องใช้เลือด เมื่อเลือดไม่เพียงพอ อวัยวะต่างๆ เช่น กระเพาะอาหาร ม้าม ตับ ก็จะปรับตัวทำงานลดลง ร่างกายเริ่มโหยหาและดูดซึมแป้ง และน้ำตาลไปใช้อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดภาวะ ง่วงนอน อ่อนเพลีย มึนศีรษะ น้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุนได้ง่าย


#กรดไหลย้อน #โรคกรดไหลย้อน #โรคกระเพาะ #โรคกระเพาะอาหาร#กระเพาะอักเสบเรื้อรัง #จุกเสียดแน่น #ท้องอืด #อาหารไม่ย่อย #เรอเปรี้ยว #แสบร้อนกลางอก #จุกคอ #กลืนลำบาก


#กรดไหลย้อน3ระยะ 
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u


● ติดตามข้อมูลสุขภาพ ● 
https://www.facebook.com/goodbody4u/

● เยี่ยมชมเว็บไซต์ ● 
http://www.goodbody4u.com/

แผลในกระเพาะอาหาร

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

>> แผลในกระเพาะอาหาร
.
.
👉 เกิดจากการกินแบคทีเรียจากอาหารที่ไม่สะอาด ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย 
👉 ผลข้างเคียงของยาต้านการอักเสบในกลุ่มยาแก้ปวด เช่นแอสไพริน เซเลโคซิบ เป็นต้น 
👉 รวมถึงความเครียดที่ทำให้กระเพาะอาหารสร้างกรดมากจนเกิดเป็นแผลในกระเพาะ
👉 บุหรี่และแอลกอฮอล์ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

เมื่อมีแผลในกระเพาะอาหารเราจะรู้สึกปวดท้องบริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ บางครั้งอาจคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

เมื่อทราบสาเหตุของโรคกันแล้ว มาใส่ใจดูแลกระเพาะ...ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อห่างไกล โรคนี้ได้เช่นกัน
.
.
#แผลในกระเพาะอาหาร
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u