แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดันโลหิตสูง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดันโลหิตสูง แสดงบทความทั้งหมด

5 ผักผลไม้คาร์โบไฮเดรตสูง

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา


5 ผักผลไม้คาร์โบไฮเดรตสูง


1. มันฝรั่ง
มันฝรั่งหัวโตๆ หนึ่งหัว มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งถึง 59 กรัม แม้ว่ามันฝรั่งจะยังเป็นผักที่มีกากใยอาหารให้ได้ช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอล และช่วยเรื่องระบบขับถ่ายอยู่บ้าง แต่ก็จำนวนน้อยนิดหากเทียบกับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้ เพราะฉะนั้นตอนทานก็ควบคุมปริมาณให้ดี อย่าเพลิดเพลินจนทานเยอะเกินไป


2. ข้าวโพด
ข้าวโพดเอามาทำแป้ง ปริมาณคาร์โบไฮเดรตของข้าวโพดครึ่งฝัก (ขนาดกลาง) เท่ากับข้าว 1 ทัพพี เห็นได้ว่าปริมาณคาร์โบไฮเดรตใกล้เคียงกันมากเลยทีเดียว

แต่นอกจากคาร์โบไฮเดรตแล้ว ข้าวโพดยังมีสารอาหารดีๆ อีกเยอะ ทั้งวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และใยอาหารที่ช่วยเรื่องขับถ่าย อย่างไรก็ตาม ข้าวโพดเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรทานอย่างพอเหมาะ อย่าทานมากเกินไป และที่สำคัญ ทานเป็นข้าวโพดต้ม ดีกว่าข้าวโพดคลุกเนย

3. เผือก
หลายคนอาจจะเคยได้ยินเคล็ดลับลดน้ำหนักว่า ให้ทานเผือกแทนข้าว แต่เชื่อหรือไม่ว่าในปริมาณที่เท่าๆ กัน เผือกกลับให้พลังงานสูงกว่าข้าวเสียอีก

ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ยังสามารถทานเผือกแทนข้าวได้ แต่อย่าทานในปริมาณเท่ากับข้าวที่เคยทาน ให้ลดลงมา 40-50% เพราะนอกจากจะให้พลังงานให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มีอาการอิดโรยแล้ว เผือกยังแคลเซียม โปแตสเซียม วิตามินบี 1 วิตามินซี โปรตีน ธาตุเหล็ก และฟลูออไรด์ ที่ช่วยบำรุงกระดูก และฟันของเราให้แข็งแรงอีกด้วย

อย่าลืมว่าก่อนทานเผือก ต้องทำให้สุกก่อน เพื่อลดปริมาณกรดออกซาลิกที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ่ว และโรคเก๊าท์ในระยะยาวได้

4. กล้วย
กล้วยมีรสหวาน และเนื้อเนียนแน่น จึงนิยมนำกล้วยมาทำขนมหวานกันอย่างหลายเมนู เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้พลังงานสูงพอสมควร กล้วยกึ่งดิบจะมีแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) แต่เมื่อกล้วยสุกงอมจะมีน้ำตาลสูง

อย่างไรก็ตาม...กล้วยยังคงเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก มีทั้งธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความดัน ที่สำคัญยังช่วยในการขับถ่ายได้อีกด้วย

5. ทุเรียน
ยิ่งกว่ากล้วย ก็ทุเรียนนี่แหละ ทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงาน 147 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว เชื่อว่าทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าทุเรียนอร่อย ถึงอย่างไรก็ยังสามารถมีความสุขกับการกินทุเรียนได้ แต่อย่าทานมากเกินไปเท่านั้นเอง

ผักผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรต (แป้ง และน้ำตาล) สูง ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น แครอท ถั่ว ฟักทอง และอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผักผลไม้ที่กล่าวไปทั้งหมด เรายังสามารถทานได้ แต่อย่าทานในปริมาณมากๆ และทานอยู่อย่างเดียว เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนได้ ยังทำให้ร่างกายขาดสารอาหารอื่นๆ ที่สำคัญไปอีกด้วย ควรเลือกทานอาหารให้หลากหลาย ในปริมาณพอเหมาะ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

#5ผักผลไม้คาร์โบไฮเดรตสูง
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u

6 เหตุผลทำไมต้องดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

6 เหตุผลทำไมต้องดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า

1. ส่งผลดีโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ น้ำจะเข้าไปชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกายออก เพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ


2 ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น เนื่องจากน้ำอุ่นช่วยขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดได้ถึง 3,000 มิลลิลิตรต่อนาที ทำให้เอนไซต์ภายในเซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปกป้องเซลล์ ทำให้ผิวพรรณดี มีความสมดุล ทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรงขึ้น

3. ส่งผลดีต่อโรคเกาต์ ความดัน คอเลสเตอรอล เพราะเหล่านี้เป็นผลมาจากการขาดน้ำทั้งนั้น

4. ช่วยเรื่องกระบวนการเผาผลาญ เพราะความร้อนของน้ำจะช่วยให้การหมุนเวียนเลือดและของเหลวในร่างกายดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกำจัดของเสีย และไขมันส่วนเกินได้

5. ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้เราได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหาร สารอาหารครบถ้วน

ปวดหัวแบบไหน? สาเหตุเกิดจากอะไร?

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

ปวดหัวแบบไหน? สาเหตุเกิดจากอะไร?
.
.
 ปวดหัวจากความเครียด
อาการ
จะรู้สึกปวดหนักๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง เหมือนมีแรงดันจากภายใน แต่ไม่ปวดแบบตุบๆ บางรายอาจรู้สึกปวดที่ต้นคอ หลัง และไหล่ร่วมด้วย
สาเหตุ
เกิดจากความเครียด วิตกกังวล ความรู้สึกกดดันจนทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายหดเกร็ง หรือ นั่ง นอนผิดท่า การใช้สายตามากเกินไป แม้แต่อยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นจัด ก็เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อรอบคอเกร็งจนกระทบกับสมอง นำไปสู่อาการปวดหัวได้เช่นกัน

 ปวดหัวที่มาจากเส้นประสาทฟัน
อาการ
หากมีปัญหาสุขภาพฟันก็อาจจะทำให้มีอาการปวดหัวร่วมด้วย โดยจะให้ความรู้สึกปวดหัวได้ทั้งสองข้าง หรือข้างเดียวก็ได้ และจะปวดเหมือนมีอะไรมารัดที่ศีรษะ และมีอาการปวดรอบกระบอกตา ร้าวไปจนถึงแถวกรามและขากรรไกร
สาเหตุ
เกิดจากปัญหาความผิดปกติของข้อขมับ และขากรรไกรล่างที่ทำให้การสบฟันผิดปกติไปด้วย จนเป็นเหตุให้กล้ามเนื้อที่ควรได้รับการพักผ่อนต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่า นานเข้าจึงส่งสัญญาณความเมื่อยล้ามาเป็นอาการปวดหัว

 ปวดหัวไมเกรน
อาการ
มีอาการปวดหัวข้างเดียว ปวดแบบหนักๆ ในรายที่อาการหนักอาจเวียนหัว และอาเจียนร่วมด้วย หรือบางรายอาจมีอาการปวดหัวทั้งสองข้าง แต่ปวดตุบๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สาเหตุ
สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักเกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของหลอดเลือดสมอง และสารเคมีในสมอง ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นเพราะความเครียดสะสม พฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอติดกันเป็นเวลานาน

 ปวดหัวจากฤทธิ์คาเฟอีน
อาการ
เป็นอาการปวดหัวหากไม่ได้รับสารคาเฟอีนในชา หรือกาแฟในช่วงเวลาที่เคยรับประทาน จะทำให้มีอาการปวดหัวตื้อๆ หนักหัวเหมือนร่างกายพักผ่อนไม่พอ บางรายอาจมีอาการเวียนหัว หรือไม่ก็รู้สึกปวดกระบอกตาตุบๆ
สาเหตุ
บอกชัดอยู่แล้วว่าเกิดจากฤทธิ์ของคาเฟอีน ส่วนใหญ่มาจากกาแฟที่ชอบดื่ม โดยเฉพาะใครที่ดื่มกาแฟเกินวันละ 5 แก้ว อาการปวดหัวชนิดนี้จะตามมาคุกคามในไม่ช้า

 ปวดหัวทุกเช้า
อาการ
ปวดหัวตุบๆ ทุกเช้าหลังตื่นนอน บางรายจะรู้สึกหนักหัวเหมือนลุกไม่ไหว
สาเหตุ
อาจจะเป็นสัญญาณของโรคไมเกรน โรคเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอก็ได้

 ปวดหัวจากโรคไซนัสอักเสบ
อาการ
จะมีอาการคล้ายตอนเป็นหวัด แต่อาการปวดหัวนี้จะปวดแบบหน่วงๆ บริเวณหน้าผาก กระบอกตา รวมทั้งบริเวณโหนกแก้มด้วย
สาเหตุ
เกิดจากการอักเสบบริเวณเยื่อโพรงจมูก ซึ่งส่งผลกระทบให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นหดเกร็งจนอาจรู้สึกปวดหัว

 ปวดหัวเรื้อรัง
อาการ
จะมีอาการปวดหัวแบบหน่วงๆ ติดต่อกันมากกว่า 15 วัน/เดือน และปวดต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ในบางรายอาจเป็นไข้ ปวดเมื่อยบริเวณคอ และไหล่ร่วมด้วย
สาเหตุ
อาจเกิดจากพฤติกรรมกินยาแก้ปวดติดต่อกันนานเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับยาปริมาณมากเกิน หรืออาจเกิดจากโรคไมเกรน และเนื้องอกในสมองได้ด้วย

 ปวดหัวช่วงเป็นประจำเดือน
อาการ
เป็นอาการปวดหัวในช่วงระหว่างมีรอบเดือน จะรู้สึกเหมือนเป็นไข้ทับระดู ซึ่งอาจเกิดก่อนมีประจำเดือนหรือหลังเป็นประจำเดือนประมาณ 2-3 วัน โดยอาการปวดหัวชนิดนี้จัดว่าเป็นไมเกรนอย่างหนึ่ง
สาเหตุ
เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เป็นเหตุให้เกิดอาการทั้งปวดท้องน้อย ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และบางรายอาจปวดหัวร่วมด้วย

 ปวดหัววันหยุด
อาการ
ปวดหน่วงๆ ที่ศีรษะหลังจากลุกจากที่นอน อาจปวดยาวไปทั้งวัน และมักจะเกิดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
สาเหตุ
อาจเกิดขึ้นได้จากทั้งความเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ พฤติกรรมการนอนดึกตื่นสาย รวมทั้งผลพวงจากคาเฟอีนที่คั่งค้างในร่างกายด้วย

 ปวดหัวแบบรุนแรงโดยฉับพลัน
อาการ
ปวดหัวอย่างรุนแรงโดยฉับพลัน หน้ามืด และรู้สึกปวดหัวเหมือนหัวจะระเบิด บางรายมีไข้ และความดันโลหิตสูงร่วมด้วย หรืออาการปวดเกิดขึ้นหลังจากได้รับแรงกระแทกบริเวณศรีษะ รวมทั้งภายหลังเคลื่อนไหวศีรษะเร็วและแรง อีกทั้งยังอาจปวดคอ เกิดอาการชาที่ใบหน้า ลิ้น และปาก จนส่งผลกระทบกับการพูด พร้อมทั้งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
สาเหตุ
อาการปวดหัวอย่างรุนแรงไม่ใช่โรคเรื้อรัง แต่เป็นอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดอย่างสูง ซึ่งมีผลต่อระดับความดันโลหิตและการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง รวมทั้งอาจมีสาเหตุจากแรงกระแทกที่ค่อนข้างรุนแรงบริเวณศีรษะ และเนื้องอกที่สมองก็ได้
.
.
#ปวดหัวแบบไหนสาเหตุเกิดจากอะไร
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u

"เจ็บหน้าอก" สัญญาณอันตรายของหลายโรคร้าย

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

"เจ็บหน้าอก" สัญญาณอันตรายของหลายโรคร้าย
.
.
อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดขึ้นได้บริเวณตั้งแต่ลำคอ เรื่อยไปจนถึงหน้าท้องส่วนบน ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ ความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอกมีหลายระดับ คุณอาจรู้สึกเจ็บแปลบ ปวดตื้อๆ แสบร้อน หากเกิดอาการเจ็บหน้าอกที่ไม่สามารถอธิบายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เกิดอาการเฉียบพลัน และอาการไม่หายไป แม้จะใช้ยาระงับอาการหรือปรับพฤติกรรมแล้วก็ตาม ในกรณีที่อาการเจ็บหน้าอกเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ควรรีบโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินทันที
● เกิดอาการแน่นหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนถูกบีบบริเวณใต้กระดูกหน้าอก

● เกิดปัญหาที่กราม แขนข้างซ้าย หรือหลังจากอาการเจ็บหน้าอก

● เกิดอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกพร้อมกับหายใจถี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน

● เจ็บหน้าอกพร้อมกับอาการคลื่นไส้ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นหรือหายใจถี่ มึนงง หน้าซีด เหงื่อออกมากผิดปกติ

● ความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง หรืออัตราการเต้นของหัวใจต่ำมาก

สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก
1. โรคหัวใจ
โรคที่เกี่ยวกับหัวใจหลายโรคเป็นสาเหตุที่พบกันบ่อยของอาการเจ็บหน้าอก โรคหลอดเลือดหัวใจ สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกแบบปวดเค้น อาการเจ็บหน้าอกประเภทนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ อาจกระจายไปสู่การเจ็บแขน ไหล่ กราม หรือหลังได้ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการหัวใจวาย เมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้อาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุจากการขาดเลือด โรคเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจโต ลิ้นหัวใจยาว และหลอดเลือดหัวใจฉีก

2. โรคปอด
อาการเจ็บหน้าอกหลายอย่าง อาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับปอด ผู้ป่วยเยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือมีการอักเสบเกิดขึ้นบริเวณเยื่อหุ้มปอดและหน้าอก จะรู้สึกเจ็บแปลบขณะหายใจ ไอ หรือจาม โรคทางปอดอีกหนึ่งชนิดที่ทำให้เเกิดอาการเจ็บหน้าอกคือ โรคปอดบวม หรือฝีในปอด การติดเชื้อทางปอดเหล่านี้ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกที่แตกต่างกันออกไป เช่น เจ็บปวดแบบลึกๆ หรือทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มปอดอักเสบ โรคทางปอดอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ได้แก่ โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดปอด ภาวะปอดรั่ว ภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง และ หอบหืด

3. โรคเกี่ยวกับกระดูก กล้ามเนื้อ และประสาท
อาการเจ็บที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อและกระดูกบริเวณหน้าอก อาจมีสาเหตุมากจากการออกกำลังกายที่หักโหม หรือมากเกินไป หรือจากการหกล้ม หรืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หน้าอก การปวดบริเวณข้อต่อกระดูกหน้าอก เจ็บซี่โครง กล้ามเนื้อฉีกขาด และโรคงูสวัด เป็นปัญหาที่นำไปสู่อาการเจ็บหน้าอกได้

4. โรคระบบทางเดินอาหาร
ภาวะไหลย้อนกลับของกรดในกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกหรือภายในลำคอ ที่รู้จักกันดีในชื่อ กรดไหลย้อน โรคระบบทางเดินอาหารอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแสบร้อนกลางอก ได้แก่ อาการกลืนอาหารลำบาก ภาวะหลอดอาหารมีความไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น หลอดอาหารทะลุหรือลำไส้ทะลุ แผลในทางเดินอาหาร โรคไส้เลื่อนกระบังลม และโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี
.
.
#เจ็บหน้าอกสัญญาณอันตรายของหลายโรคร้าย
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u

7 โรคที่ "น้ำเปล่า" รักษาได้จริง

อาหารไม่ย่อย, กระเพาะอักเสบ ,ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ,ท้องอืด, goodbody4u, นิชาภา

7 โรคที่ "น้ำเปล่า" รักษาได้จริง
.
.
1. ท้องผูก
อาการท้องผูกที่ใครหลายคนต้องเคยประสบกับปัญหานี้มาไม่มากก็น้อย สาเหตุของอาการท้องผูกมักมาจากอาหารการกินที่เราทานเข้าไป ทำให้อุจจาระของเราขาดความอ่อนนุ่ม อัดรวมเป็นก้อนแข็งใหญ่ ทำให้ถ่ายลำบาก (หรือไม่ถ่าย) การดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น จะช่วยให้อาการท้องผูกลดลงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการดื่มน้ำอุ่น (อาจจะแช่มะนาวฝานบางๆ ลงไปในแก้ว 1 ชิ้นด้วย) ในตอนเช้า และดื่มน้ำตามหลังจากทานอาหาร ไปจนถึงน้ำเปล่าอีก 1 แก้วก่อนนอน รับรองได้ผลแน่


2. โรคริดสีดวงทวาร
ต่อจากอาการท้องผูก หากอุจจาระอ่อนนุ่มลง เราก็จะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารน้อยลงเช่นกัน หากไม่อยากเป็นโรคริดสีดวงทวาร นอกจากการเลือกทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูง ลดการทานอาหารที่มีแป้ง และไขมันสูงแล้ว ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันด้วย


3. ปวดศีรษะ/ไมเกรน
ใครที่มีอาการปวดศีรษะ หรือปวดไมเกรนเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว หากไม่อยากมีอาการปวดบ่อยๆ หรือไม่อยากทานยาบ่อย สามารถจิบน้ำเปล่าดื่มระหว่างวันได้ ช่วยลดอาการปวดศีรษะได้ดีเลยทีเดียว


4. ความดันโลหิตสูง
การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้เลือดของเราข้น ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานหนักขึ้นไปด้วย นั่นจึงทำให้หลอดเลือดมีความดันมากขึ้น จนอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หรือคนที่มีอาการความดันโลหิตสูงอยู่แล้วก็อาจมีอาการหนักขึ้นได้ เพราะฉะนั้นหากเราดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ง่ายขึ้น


5. โรคอ้วน
แค่น้ำเปล่าธรรมดาๆ นี่แหละที่ช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคอ้วนได้ ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ลองดื่มน้ำเปล่าระหว่างวันให้มากขึ้น จะช่วยให้เราไม่หิวบ่อยระหว่างวัน และดื่มเปล่าแทนน้ำหวานไปได้เลย จะเติมความสดชื่นด้วยการแช่ผลไม้สดลงไปในน้ำเปล่าด้วยก็ได้ ช่วยลดความอยากน้ำหวานของเราไปได้เยอะเลย แพทย์แนะนำว่า ใครที่เป็นโรคอ้วนอยู่แล้ว ลองดื่มน้ำให้ได้ 2-3 ลิตรต่อวัน ควบคู่ไปกับการลดทานแป้ง น้ำตาล ไขมันไม่ดี และออกกำลังกายด้วย ช่วยลดน้ำหนักได้แน่นอน


6. ปวดข้อ
อาการปวดข้อมักตามมากับโรคอ้วน เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินไป และน้ำในข้อน้อย จึงทำให้ข้อต่างๆ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อไหล่แห้ง ฝืดเคือง ขยับได้ไม่คล่อง การเติมความชุ่มชื้นให้กับเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อ ทำได้ง่ายๆ เพียงดื่มน้ำให้มากขึ้น อาการอักเสบ หรือบวมปวดก็จะน้อยลง


7. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
นอกจากการทำงานที่รีบเร่ง ที่ทำให้เราดื่มน้ำน้อย และต้องกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นหากคุณดื่มน้ำให้มากขึ้น และลุกไปเข้าห้องน้ำทันทีที่ปวดปัสสาวะ ก็จะไม่เป็นโรคนี้อย่างแน่นอน
.
.
#7โรคที่น้ำเปล่ารักษาได้จริง
#สุขภาพดีทำอะไรก็ดี
#สุขภาพแย่ทำอะไรก็แย่
#goodbody4uส่งมอบสุขภาพดีให้คุณถึงบ้าน
#goodbody4u